โครงการปรับปรุงลานด้านหน้าอาคารคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์: การหลอมรวมประวัติศาสตร์สู่พื้นที่แห่งจิตวิญญาณ และการเรียนรู้

บทนำ

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ไม่เพียงแต่เป็นสถานศึกษาที่ผลิตบุคลากรผู้ขับเคลื่อนสังคมไทยมาอย่างยาวนาน แต่ยังมีฐานะเป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีความสลับซับซ้อนของร่องรอยอดีตที่วางทับซ้อนกันอยู่ ในบรรดาคณะต่างๆ ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้ "พื้นที่ลานด้านหน้าคณะรัฐศาสตร์" ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทั้งในเชิงกายภาพ และเชิงสัญลักษณ์ พื้นที่ลานดังกล่าวจึงไม่ได้เป็นเพียงทางเดินผ่านหรือจุดนัดพบทั่วไป หากแต่เป็นรอยต่อระหว่างยุคสมัยที่ต้องการการจัดการเชิงสถาปัตยกรรม และภูมิทัศน์ที่ละเอียดอ่อน

 

โครงการปรับปรุงลานด้านหน้าอาคารคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จึงได้รับการริเริ่มขึ้นโดยกองบริหารท่าพระจันทร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยรองอธิการบดีฝ่ายบริหารท่าพระจันทร์และดิจิทัล และความร่วมมือของศูนย์นวัตกรรมการออกแบบและวิจัย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภายใต้การนำของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุภณัฐ เดชนิรัติศัย และคณะทำงาน โดยมีเป้าหมายหลักในการพลิกโฉมพื้นที่เสื่อมโทรมให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ภายใต้แนวคิดหลักคือ "Historic Campus in the Park" หรือการสร้างแคมปัสประวัติศาสตร์ท่ามกลางพื้นที่สีเขียว เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการเก็บรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และการพัฒนาพื้นที่ใช้สอยให้สอดรับกับวิถีชีวิตของนักศึกษา และบุคลากรในยุคปัจจุบัน โดยมีพื้นที่ทำการปรับปรุงประมาณ 1,789 ตารางเมตร ภายใต้งบประมาณ 1,880,000 บาท

รากฐานทางประวัติศาสตร์: เมื่อพื้นที่เรียนรู้ซ้อนทับบนรอยอดีตของ "วังหน้า"

ความโดดเด่นที่สุดของพื้นที่โครงการนี้คือความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ เนื่องด้วยตั้งอยู่บนพื้นที่ดั้งเดิมของกำแพงเมือง ที่เชื่อมต่อกับ "พระราชวังบวรสถานมงคล" หรือ "วังหน้า" ซึ่งเป็นที่ประทับของพระมหาอุปราชในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น พื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นแนวกำแพง และอาคารสำคัญของพระราชวังก่อนที่จะมีการสถาปนาพื้นที่เป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในเวลาต่อมา

 

หลักฐานทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงคำบอกเล่า แต่ได้รับการยืนยันจากการสำรวจ และขุดค้นทางโบราณคดีในช่วงที่มีการก่อสร้างอาคารธรรมศาสตร์ 60 ปี ซึ่งทำให้พบร่องรอยซากกำแพงวังหน้าของจริงใต้พื้นดิน ร่องรอยเหล่านี้เปรียบเสมือนจิตวิญญาณของพื้นที่ที่สะท้อนถึงอำนาจ และการเมืองการปกครองในอดีต ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ การปรับปรุงพื้นที่ในครั้งนี้จึงให้ความสำคัญสูงสุดกับการ "เก็บรักษา" และ "แสดงออก" ถึงร่องรอยเหล่านี้ เพื่อให้ประชาคมธรรมศาสตร์ได้ตระหนักถึงรากเหง้าของตนเองในทุกครั้งที่ก้าวย่างผ่านลานแห่งนี้

ปัญหา และข้อจำกัดก่อนการปรับปรุง

ก่อนที่จะมีการเริ่มดำเนินโครงการ พื้นที่ลานหน้าคณะรัฐศาสตร์ประสบปัญหาหลายด้านที่บดบังทัศนียภาพและลดทอนประสิทธิภาพการใช้งาน ดังนี้

 
  1. ปัญหาเชิงพื้นที่ (Spatial Problems): พื้นที่เดิมถูกแบ่งออกเป็นส่วนเล็กส่วนน้อยด้วยแนวกำแพงจำลอง และสิ่งกีดขวาง ทำให้พื้นที่ดูแคบ และยาว เป็นลักษณะ "พื้นที่ที่เหลือทิ้ง" (Leftover space) มากกว่าพื้นที่ใช้สอยที่มีคุณภาพ

  2. ปัญหาด้านการสัญจร (Circulation Issues): แนวกำแพงโบราณ (ที่ได้รับการบูรณะ) และกำแพงที่สร้างขึ้นใหม่ในภายหลังกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการเดินเท้า ทำให้นักศึกษาไม่สามารถสัญจรได้อย่างสะดวก และเกิดคอขวดในบางจุด

  3. ปัญหาความไม่เป็นระเบียบ (Disorganization): การจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น กระถางต้นไม้ขนาดเล็กที่วางระเกะระกะ ถังขยะที่วางไม่ถูกตำแหน่ง และป้ายบอกทางหรือป้ายประกาศที่มีรูปแบบหลากหลายเกินไป ทำให้เกิดมลภาวะทางสายตา

  4. ปัญหาความเสื่อมโทรมของวัสดุ (Material Decay): วัสดุปูพื้นเดิมมีความชำรุดเสียหาย มีปัญหาน้ำขังเมื่อฝนตก และพื้นที่สนามหญ้าใต้ต้นไม้ใหญ่ไม่สามารถเติบโตได้เนื่องจากขาดแสงแดด ทำให้พื้นที่ดินอัดแน่น และดูทรุดโทรม

แนวทางการแก้ปัญหา และกลยุทธ์การออกแบบ

เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย "Historic Campus in the Park" คณะทำงานได้วางแผนการออกแบบที่ผสานความเป็นสถาปัตยกรรม ภูมิทัศน์ และประวัติศาสตร์เข้าด้วยกัน โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ

1. การพัฒนาทางกายภาพของพื้นที่ดาดแข็ง (Hardscape)

โครงการเลือกใช้วัสดุที่สะท้อนถึงความเป็นประวัติศาสตร์แต่มีความคงทนทันสมัย เช่น การใช้ "อิฐมอญ" เพื่อสื่อถึงแนวกำแพงวังหน้าเดิม ผสมผสานกับคอนกรีตผสมสีและพื้นกรวดล้างที่ดูแลรักษาง่าย 

  • การจัดการแนวกำแพง: มีการตัดสินใจรื้อถอนกำแพงจำลองบางส่วนที่ไม่ใช่ของโบราณออก เพื่อเปิดพื้นที่ให้โล่งและเชื่อมต่อกันมากขึ้น

  • การใช้ลวดลายปูพื้น: ในจุดที่ต้องรื้อกำแพงออกเพื่อการสัญจร โครงการไม่ได้ลบเลือนประวัติศาสตร์ทิ้งไป แต่ใช้วิธีเปลี่ยนวัสดุปูพื้นให้เป็นลวดลายพิเศษตามแนวรั้วเดิม เพื่อสื่อความหมายถึงตำแหน่งที่กำแพงเคยตั้งอยู่

  • การบูรณะโบราณสถาน: สำหรับซากอิฐมอญโบราณของจริง คณะทำงานได้ดำเนินการขัดล้างทำความสะอาดอย่างระมัดระวัง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และเคลือบผิวด้วยวัสดุแบบด้าน (Matte finish) เพื่อรักษาความเป็นธรรมชาติแต่ช่วยป้องกันการผุพังจากสภาพอากาศกลางแจ้ง

​

2. การจัดภูมิทัศน์ และพื้นที่สีเขียว (Softscape)

ภายใต้แนวคิด "เก็บ ลด เลือก ง่าย" โครงการมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่สีเขียวที่ยั่งยืน 

  • เก็บ: รักษาต้นไม้ใหญ่ที่มีอยู่เดิมไว้เพื่อเป็นร่มเงาและรักษาเอกลักษณ์ของพื้นที่

  • ลด: ลดความซับซ้อนของสวนขนาดเล็กและการใช้ไม้กระถางที่ยากต่อการดูแล

  • เลือก: เลือกใช้พืชพรรณที่เหมาะกับสภาพร่มเงาและแสงแดดรำไร เช่น หนวดปลาหมึกแคระ ขาไก่เขียว ต้อยติ่งฝรั่ง และหลิวใบ ซึ่งมีความทนทาน และให้สีเขียวสดชื่นตลอดปี

  • ง่าย: ในบริเวณโคนต้นไม้ที่หญ้าปลูกไม่ขึ้น คณะทำงานได้เปลี่ยนมาใช้วิธีวางผ้า Geotextile เพื่อป้องกันวัชพืช และดิน แล้วโรยทับด้วยหินคลุก หรือกรวดแม่น้ำ ซึ่งนอกจากจะดูเป็นระเบียบแล้ว ยังช่วยในเรื่องการระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

​

3. เฟอร์นิเจอร์ และสิ่งอำนวยความสะดวก

โครงการนำเสนอการใช้เฟอร์นิเจอร์ชนิดลอยตัว (Loose Furniture) ที่ออกแบบมาเพื่อพื้นที่สาธารณะโดยเฉพาะ โดยใช้วัสดุที่เป็นคอนกรีตหล่อขึ้นรูปที่มีความมั่นคง ซึ่งมีความทนทานต่อแดดและฝน มากกว่าเฟอร์นิเจอร์ที่มีท็อปเป็นไม้เทียม/ไฟเบอร์ซีเมนต์ ข้อดีของเฟอร์นิเจอร์ประเภทลอยตัวนี้ คือสามารถปรับเปลี่ยนตำแหน่งเพื่อรองรับกิจกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่การนั่งอ่านหนังสือคนเดียว ไปจนถึงการจับกลุ่มติวหนังสือของนักศึกษา

สถาปัตยกรรม และการปรับปรุงโครงสร้างสร้างสรรค์

นอกจากพื้นลานแล้ว โครงสร้างด้านบนยังได้รับการปรับปรุงให้มีความทันสมัย และตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น โครงหลังคาเหล็กเดิมที่มีลักษณะทึบ และดูหนักถูกแทนที่ด้วย "โครงระแนงเหล็ก" ที่ออกแบบให้มีความโปร่งแสง และโปร่งตามากขึ้น โดยแบ่งเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่หนึ่งจุด และขนาดเล็กสองจุดขนาบข้าง 

ไฮไลท์สำคัญคือการใช้ลวดสลิงขึงเป็นแนวนำ เพื่อให้ไม้เลื้อยที่เลือกใช้ คือ "พวงคราม" ที่มีดอกสีม่วงสวยงามได้ขึ้นไปปกคลุม สร้างหลังคาธรรมชาติที่ให้ความร่มเย็น และลดความร้อนสะท้อนสู่อาคาร สำหรับตัววัสดุมุงหลังคาในส่วนที่จำเป็น ได้เลือกใช้ Metal Sheet สีเทากลาง ซึ่งมีคุณสมบัติลดเสียงรบกวนเวลาฝนตก และไม่สะท้อนแสงแดดที่เป็นอันตรายต่อสายตาของผู้ใช้อาคารรอบข้าง

ในส่วนของงานวิศวกรรม มีการวางปรับปรุงฝาท่อระบายน้ำใหม่ทั้งหมด เพื่อแก้ปัญหาเรื่องความสวยงาม และน้ำท่วมขัง รวมถึงการฝังท่อระบบรดน้ำอัตโนมัติและการนำสายไฟลงใต้ดิน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ทัศนียภาพของลานหน้าคณะรัฐศาสตร์ดูสะอาดตา และเป็นมืออาชีพ

การสื่อความหมาย: ป้ายประวัติศาสตร์ และความภาคภูมิใจ

เพื่อให้ลานแห่งนี้ทำหน้าที่เป็น "พื้นที่จัดแสดงที่มีชีวิต" โครงการได้ออกแบบระบบป้ายสื่อความหมายใหม่ (Interpretive Signage) โดยใช้วัสดุสแตนเลสกัดกรด เกรด 304 แบบด้าน ซึ่งให้ความรู้สึกที่มั่นคง ทันสมัย  และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

 

ป้ายเหล่านี้จะได้รับการติดตั้งในจุดที่สำคัญเพื่อเล่าเรื่องราวของพื้นที่ และประวัติความเป็นมาของมหาวิทยาลัย ซึ่งสะท้อนผ่านการคงอยู่ของซากกำแพงวังหน้าโบราณ การสื่อความหมายนี้จะช่วยให้นักศึกษาเกิดความตระหนักรู้ถึงหน้าที่ และเกียรติภูมิในฐานะนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ต้องเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ เพื่อรับใช้ประชาชน

แผนการดำเนินงานและขั้นตอนการก่อสร้าง

เพื่อให้การปรับปรุงส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการเรียนการสอนน้อยที่สุด โครงการได้แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 งวดงานหลัก ดังนี้:

 

งวดงาน

รายละเอียดกิจกรรมหลัก

วัตถุประสงค์

งวดที่ 1

การล้อมรั้วป้องกันความปลอดภัย, การรื้อถอนสิ่งก่อสร้างเดิม, การตัดแต่งและล้อมย้ายต้นไม้,

งานพื้นฐานทางวิศวกรรม (ท่อระบายน้ำ/สายไฟ), การขัดล้างพื้นประวัติศาสตร์

เตรียมพื้นที่ และโครงสร้างพื้นฐานหลัก

งวดที่ 2

การมุงหลังคาและติดตั้งระแนงไม้เลื้อย, การปูพื้นวัสดุใหม่, งานจัดสวนและพืชคลุมดิน,

การติดตั้งระบบไฟฟ้าและแสงแดดส่องสว่าง, การวางเฟอร์นิเจอร์และติดตั้งป้ายสื่อความหมาย

ตกแต่ง และเก็บความสมบูรณ์ของโครงการ

บทสรุป

โครงการปรับปรุงลานด้านหน้าอาคารคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ภายใต้การดูแลของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง เป็นตัวอย่างที่ดีของการ "ออกแบบเพื่อการอนุรักษ์ที่ยังมีชีวิต" (Living Heritage Design) โครงการนี้ไม่ได้มุ่งหวังเพียงแค่ความสวยงามทางทัศนียภาพ แต่เป็นการให้คุณค่ากับประวัติศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดิน แล้วนำมาปรับปรุงใหม่ ให้ทำหน้าที่เป็นพื้นที่สาธารณะที่มีประสิทธิภาพ

 

ความสำเร็จของโครงการนี้อยู่ที่ความสมดุลระหว่าง "อดีต" (แนวกำแพงวังหน้า) และ "ปัจจุบัน" (การใช้งานของนักศึกษา) การเลือกใช้วัสดุที่ทนทาน พืชพรรณที่ดูแลง่าย และการจัดการระบบวิศวกรรมที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า จะส่งผลให้ลานแห่งนี้มีความยั่งยืนในระยะยาว เมื่อไม้เลื้อยเริ่มปกคลุมระแนงหลังคา และดอกพวงครามเริ่มเบ่งบาน ลานหน้าคณะรัฐศาสตร์จะไม่ได้เป็นเพียงทางผ่านอีกต่อไป แต่จะกลายเป็น "พื้นที่สีเขียวทางประวัติศาสตร์" ที่สง่างาม และเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจสำหรับชาวธรรมศาสตร์ทุกคนสืบไป